3-min AR: ทำแอป AR ได้ในสามนาที

เรื่องเด่น, บทความ

หัวข้อนี้เป็นหัวข้อบทความที่ท้าทายมาก แต่ถ้าอ่านบทความนี้จนจบ เพื่อนๆ จะเชื่อผมครับว่าเราสามารถทำแอป AR ด้วย Unity ได้ภายในสามนาที (จริงๆ นะ)

AR คืออะไร?

ก่อนจะไปเริ่มทำแอปฯ กัน มาทำความเข้าใจกันก่อนนะครับว่าเจ้า AR นี้ทำงานอย่างไร

AR ย่อมาจาก Augmented Reality ครับ ถ้าจะแปลให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ การเพิ่มของบางอย่างเข้าไปในโลกความจริง ตัวอย่างเช่น เมื่อเราส่องกล้องมือถือของเราไปยังพื้นที่ที่กำหนดไว้ ภาพจากกล้องที่เราเห็นจะมีของบางอย่างที่ไม่มีในโลกความเป็นจริงโผล่ออกมาครับ

ภาพจากเกม Harry Potter Wizards Unite

การประยุกต์ใช้ AR ก็ทำได้หลายอย่าง เช่น การเพิ่มประสบการณ์ในการเล่นเกม หรือการจำลองสินค้าขึ้นมาให้เห็นจากหน้าแคตตาล็อก เป็นต้น

เตรียมตัวก่อนทำแอปฯ

นอกจากโปรแกรม Unity ที่เป็นพระเอกของเราในงานนี้ อีก 2 สิ่งที่ขาดไม่ได้คือ ไลบรารี AR และอุปกรณ์มือถือที่รองรับครับ

ไลบรารี AR – AR Foundation vs Vuforia

ไลบรารี AR Foundation พัฒนาโดย Unity

ถ้าใครเคยใช้ Unity ในการทำแอปฯ AR เมื่อสัก 2-3 ปีที่ผ่านมา ไลบรารีที่เป็นตัวเลือกแรกคงหนีไม่พ้น Vuforia ซึ่งถือว่าเป็นไลบรารีที่ได้รับความนิยมและใช้งานง่ายมากๆ แต่เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป ระบบปฏิบัติการ iOS และ Android มีไลบรารีพื้นฐานในการทำ AR เป็นของตัวเองนามว่า ARKit และ ARCore ตามลำดับ Unity ก็ส่ง AR Foundation ไลบรารีที่พัฒนาโดย Unity เองมาเป็นทางเลือกให้กับเรา

การทำงาน – ทั้ง Vuforia และ AR Foundation เบื้องหลังแล้วก็ไปเรียกใช้ ARKit และ ARCore ทั้งคู่ครับ (เรียกว่าทำตัวเป็น wrapper ก็ได้) แต่ข้อได้เปรียบของ Vuforia คือนอกจากการเรียกใช้ ARKit และ ARCore ตรงๆ แล้ว ก็ยังเสริมฟีเจอร์ที่เป็นเทคโนโลยีของตัวเองเพิ่มเข้าไป และที่สำคัญ Vuforia สามารถทำงานบนมือถือที่ไม่รองรับ ARKit และ ARCore ด้วย โดยจะเปลี่ยนไปใช้เทคโนโลยี AR ของตัวเองแทนครับ

อุปกรณ์ที่รองรับ – ไม่ใช่มือถือทุกรุ่นจะรองรับฟีเจอร์ AR ของระบบปฏิบัติการครับ ถ้าฝั่ง iOS ก็ไม่ต้องกังวลมาก เพราะ ARKit มากับ iPhone และ iPad ทุกรุ่นตั้งแต่ 6s ขึ้นไป ส่วนฝั่ง Android จะปวดหัวหน่อยเพราะต้องเช็คเอาเองจาก ตารางนี้ ว่ารุ่นไหนรองรับ ARCore บ้าง

💡 AR Foundation เรียกใช้ฟีเจอร์ AR ของระบบปฏิบัติการตรงๆ จึงมีข้อจำกัดหน่อย ส่วน Vuforia รองรับมือถือส่วนมากในตลาด

ค่าใช้จ่าย – ดูเหมือน Vuforia จะดีไปซะหมด แต่พอมาถึงเรื่องค่าใช้จ่าย (หรือค่าไลเซนส์) ข้อนี้ AR Foundation ชนะขาดครับ เพราะ Vuforia มีค่าไลเซนส์แล้วแต่ว่าเราจะต้องการใช้ฟีเจอร์ระดับไหน ส่วน AR Foundation นั้นฟรีครับ

📝 AR Foundation เป็นไลบรารีที่ Unity พัฒนาขึ้นเอง สามารถใช้งานได้ตั้งแต่ Unity 2019.1 ขึ้นไป

ลงมือทำ

ในบทความนี้ผมขอเลือกใช้ AR Foundation ครับ การทำแอปฯ AR ก็ไม่ต่างจากการทำแอปฯ สำหรับระบบปฏิบัติการ iOS และ Android เพียงแต่จะต้องมีการลง package เสริมและตั้งค่านิดหน่อย โดยเราจะต้องลง package เสริม 2 ถึง 3 ตัว ขึ้นกับว่าเราจะพัฒนาลงแพลตฟอร์มไหนบ้าง ดังนี้ครับ

  • AR Foundation – จำเป็นต้องลง
  • ARCore XR Plugin – กรณีพัฒนาลง Android
  • ARKit XR Plugin – กรณีพัฒนาลง iOS

ส่วนการตั้งค่าอื่นๆ ผมขอวางคลิปไว้ให้เพื่อนๆ ดูด้านล่างนี้ครับ

การตั้งค่าสำหรับ Android
การตั้งค่าสำหรับ iOS

และเมื่อทำการตั้งค่าเสร็จแล้ว เราก็มาลองทำ Image Tracking ตามคลิปด้านล่างนี้ได้เลยครับ

สรุปส่งท้าย

จุดประสงค์ของคลิปนี้ หลักๆ แล้วอยากให้เพื่อนๆ รู้จักกับ AR Foundation และข้อดี-ข้อด้อยเมื่อเทียบกับ Vuforia ครับ ถ้าอยากดูของจริงว่าแอปที่ทำด้วย AR Foundation ทำงานได้ดีแค่ไหน? ตรวจสอบ marker ได้เร็วไหม? ภาพสั่นมั้ย? เรามีตัวอย่างแอปที่ทางโปรเกมมิ่งพัฒนาขึ้นมาเอง ชื่อ Harvest Day AR ลองโหลดกันได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

แอป Harvest Day AR โดย ProGaming

iOS – https://apps.apple.com/us/app/harvest-day-ar/id1490409109
Android – https://play.google.com/store/apps/details?id=th.co.progaming.derekar
AR Marker – ดาวน์โหลด

เทคโนโลยี AR คือเทคโนโลยีที่มาแน่ และมาแล้ว ไม่ต้องรอครับ เราจะได้เห็นการนำ AR มาประยุกต์ใช้มากขึ้นเรื่อยๆ อย่างแน่นอน การพัฒนาแอปฯ AR ก็ทำไม่ได้ยากเลย หากใครมีข้อสงสัยหรืออยากพูดคุยภาษา AR ก็ทิ้งข้อความไว้ในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลยนะครับ 🙏

, , , ,

บทความที่เกี่ยวข้อง

Menu