ทำเกมกับเพื่อนฉบับเด็กมหาลัย ( ตอนจบ )

เรื่องเด่น, บทความ

จากบทความตอนแรกและตอนที่แล้ว ที่เราทำการเตรียม Sourcetree ให้ต่อกับ Repository บนเซิฟเวอร์ของเราได้แล้ว วันนี้เราจะอัปโปรเจคขึ้นไปบนเซิฟเวอร์กันครับ แต่ก่อนที่เราจะอัปโปรเจค เราจะต้องเตรียมสิ่งที่เรียกว่า gitignore ก่อนครับ ตัว gitignore จะเป็นตัวที่บอกว่าเราจะไม่อัปไฟล์ประเภทไหนขึ้น Server บ้างครับ ซึ่งเพื่อนๆ สามารถไปดู gitignore ล่าสุดของ Unity ได้จาก ที่นี่ จากนั้นเราจะ copy โฟลเดอร์โปรเจคของเรามาใส่ไว้ในโฟลเดอร์ที่เราได้ Clone มาจาก Repository ครับ ในตัวอย่างผมจะใช้แค่ Project ว่างๆ มาใส่ครับ

เมื่อเรา copy หรือสร้าง Project ในโฟลเดอร์ที่เราลิงก์กับ Sourcetree แล้ว เราจะสร้างไฟล์ gitignore โดยการ สร้าง Text  ไฟล์ชื่อ .gitignore และ copy เนื้อหาทั้งหมดจากไฟล์ใน GitHub ไปใส่ในไฟล์ของเราครับ

สร้างไฟล์ .gitignore ขึ้นมา
copy เนื้อหาทั้งหมดจากไฟล์ใน GitHub ไปใส่ในไฟล์นี้

จากนั้นเมื่อเราไปดูใน Sourcetree เราจะเจอไฟล์ทั้งหมดที่ถูกเพิ่มเข้ามาอยู่ใน Unstaged files window โดยจะไม่เอาไฟล์และโฟลเดอร์ที่เราใส่ไว้ใน gitignore มาด้วยครับ

แล้วก็ได้เวลา Commit ไฟล์โปรเจคของเราครับ เราสามารถกดปุ่ม Stage all เพื่อ Stage ไฟล์ทั้งหมดในโปรเจคของเราครับ

เครื่องหมาย + ด้านหน้าหมายความว่าไฟล์นั้นๆ เป็นไฟล์ใหม่ที่ยังไม่เคยมีใน Repository ของเราครับ เมื่อเรา Stage file แล้ว เราจะต้องทำการ Commit ครับ ซึ่งการ Commit จะเป็นการอัปไฟล์ใส่ Local ก่อนครับ ยังไม่ไป Server โดยเราจะต้องใส่ Commit Message ว่าครั้งนี้ที่เรา Commit เกี่ยวกับอะไรครับ

เมื่อเรา Commit เสร็จแล้ว และต้องการจะให้เพื่อนๆ ในทีมสามารถ Clone ไปทำงานต่อได้ เราจะต้อง Push ขึ้นไปบน Server ด้วยครับ โดยเราจะกดที่ Push ด้านบนเพื่อ Push เข้า Master หรือเส้นทางหลักของโปรเจคเรานั่นเองครับ

ซึ่งหลังจากนี้ หากเราแก้ไขอะไรในฉากหรือสคริปต์ ก็จะมีไฟล์ที่เราแก้มาปรากฏในช่องของ Unstaged files ครับ

จากภาพด้านบนผมแก้ไขภายใน Scene ที่ชื่อ Sample Scene ในช่อง Unstaged files ก็จะมีไฟล์ให้เรา Commit เพื่อ Push ขึ้นเซิฟเวอร์ต่อไปครับ

ข้อควรระวัง คือ หากมีการแก้ไขภายใน Scene แล้วมีการ Push ขึ้นมา หากเพื่อนของเราทำการแก้ไข Scene เหมือนกันจะเกิดสิ่งที่เรียกว่า Conflict ซึ่งจะทำให้เราต้องเลือกไฟล์ของคนใดคนหนึ่ง ดังนั้น ก่อนจะแก้ Scene ให้คุยกับเพื่อนก่อนนะครับว่าจะทำการแก้ Scene เพื่อไม่ให้เพื่อนแก้ไขอะไรใน Scene ครับ แต่หากจำเป็นจริงๆ เราอาจจะสร้าง  Prefab ใส่ Scene ไว้คนละตัวแล้วแก้ไขเฉพาะ Prefab ก็จะแก้ปัญหา Scene conflict ได้ครับ

เป็นยังไงบ้างครับ กับบทความตอนทำเกมกับเพื่อนเบื้องต้น เรียกได้ว่าอ่านครบทุกตอนก็สามารถเริ่มทำเกมกับเพื่อนโดยไม่ต้องนั่ง copy ทั้งโปรเจคใส่แฟลชไดรฟ์ หรือฝากไฟล์ทั้งโปรเจคส่งไปส่งมากันนะครับ หรือแม้แต่ทำเกมคนเดียวเราก็อาจจะเอาไว้สำหรับเก็บเวอร์ชันต่างๆ ของตัวเราเองได้เช่นกันครับ เพราะเราสามารถที่จะย้อนกลับไปยังเวอร์ชันที่เรา Push ไว้บนเซิฟเวอร์ได้ตลอดเวลาครับ ถ้าเพื่อนๆ คนไหนมีข้อสงสัยตรงไหนสามารถฝากคำถามไว้ได้ แล้วพบกันใหม่บทความต่อไปครับ

, ,

บทความที่เกี่ยวข้อง

Menu